khesorn mueller
|
|
« ตอบ #50 เมื่อ: 20 กันยายน 2550, 22:22:18 » |
|
Travel? or merchandise?? p.nn
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
WARM
|
|
« ตอบ #51 เมื่อ: 20 กันยายน 2550, 23:12:16 » |
|
55555
อย่างแรกพี่
อย่างที่สอง นี่ ซิ่มเค้าคงไม่ล่ะมั้ง
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
por-sim
|
|
« ตอบ #52 เมื่อ: 23 กันยายน 2550, 00:30:02 » |
|
วันนี้ปวดทั้งไหล่ ทั้งหลัง
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Korkai (";)
บุคคลทั่วไป
|
|
« ตอบ #53 เมื่อ: 23 กันยายน 2550, 00:32:07 » |
|
งืมม...เราก็ปวดหลัง ปวดไหล่เหมือนกัน หรือว่า ใครขี่หลัง shutter ป่าว?
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เอ๋อ
|
|
« ตอบ #54 เมื่อ: 23 กันยายน 2550, 01:16:23 » |
|
งืมม...เราก็ปวดหลัง ปวดไหล่เหมือนกัน หรือว่า ใครขี่หลัง shutter ป่าว? เดี๋ยวไล่ไปอยู่กระทู้หลอนฯ ซะนี่
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ไม่สวย แต่ Self ! ขวัญใจคนใหม่ น้องจางกึนซอก...
|
|
|
veekung
|
|
« ตอบ #55 เมื่อ: 23 กันยายน 2550, 13:07:26 » |
|
ปวดท้องอ่ะเมื่อวานกินมากไปหน่อย :cry:
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Korkai (";)
บุคคลทั่วไป
|
|
« ตอบ #56 เมื่อ: 24 กันยายน 2550, 16:36:22 » |
|
เอาตังค์มาให้เรา จะได้ไม่มีเงินกินไรเลย เพื่อนจะได้ไม่ปวดท้อง เป็นห่วง จากใจจริง :lol:
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
WARM
|
|
« ตอบ #57 เมื่อ: 24 กันยายน 2550, 17:43:02 » |
|
ปวดท้องอ่ะเมื่อวานกินมากไปหน่อย :cry: อิจฉาคนเงินเยอะ อนาคตไกล ได้กินแต่ของดีๆ เยอะๆ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
khesorn mueller
|
|
« ตอบ #58 เมื่อ: 24 กันยายน 2550, 22:30:56 » |
|
i am tired...like to sleep longer...tonight..but after nian completely by room 43...herr,herr...Nong Plaa she comes later than me...can't believe! p.nn
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Korkai (";)
บุคคลทั่วไป
|
|
« ตอบ #59 เมื่อ: 25 กันยายน 2550, 01:02:55 » |
|
นอนหลับพักผ่อนเอาแรงนะค้าพี่หนิง...พรุ่งนี้มาแตะมือกันเฝ้าบอร์ด เหอๆๆ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
veekung
|
|
« ตอบ #60 เมื่อ: 25 กันยายน 2550, 21:22:07 » |
|
ปวดท้องอ่ะเมื่อวานกินมากไปหน่อย :cry: อิจฉาคนเงินเยอะ อนาคตไกล ได้กินแต่ของดีๆ เยอะๆ ไม่อ่ะพอดีเจ้เกรียมโทรมาชวนไปกินข้าวตอนแรกจะไปบางปูแต่สุดท้ายก็มาลงที่ร้านตรงหน้ามหิดลศาลายาอ่ะ (พี่จำได้ม่ะ)
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
ป.ปลา
|
|
« ตอบ #61 เมื่อ: 26 กันยายน 2550, 03:11:18 » |
|
ปวดท้องอ่ะเมื่อวานกินมากไปหน่อย :cry: อิจฉาคนเงินเยอะ อนาคตไกล ได้กินแต่ของดีๆ เยอะๆ ไม่อ่ะพอดีเจ้เกรียมโทรมาชวนไปกินข้าวตอนแรกจะไปบางปูแต่สุดท้ายก็มาลงที่ร้านตรงหน้ามหิดลศาลายาอ่ะ (พี่จำได้ม่ะ) ดีจริงๆ เลย (แอบอิจฉา) คราวหลังชวนไปมั่งนะ :lol: :lol:
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
WARM
|
|
« ตอบ #62 เมื่อ: 30 กันยายน 2550, 00:13:58 » |
|
ทำไมต้องร้านนั้นตลอด ติดใจไรอ่ะ แต่ก็อร่อยดีนะ
น้ำลายสอเลย
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
por-sim
|
|
« ตอบ #63 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2550, 02:02:18 » |
|
มาบ่นเรื่องปวดหลัง นั่งนาน ๆ นี่มันเห็นผลเลย ก็ไปทำผมมา นั่งอยู่เกือบ 3 ชม. แล้วอยากอ่านหนังสือ ก็เลยต้องนั่งตัวงอๆ เพราะไอ้ที่อบผมมันบัง ปรากฏว่าปวดหลังมันกลับมาอีกแล้ว ปวดอ่ะ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
WARM
|
|
« ตอบ #64 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2550, 22:25:04 » |
|
ชั้นก็ปวดแล้วแก
นั่หลังงอตลอด
แต่ก็แก้ไม่ได้
เรพาะเวลาตั้งใจ นั่งหลังตรง สมาธิจะไม่อยู่กับงานในจอคอม
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
khesorn mueller
|
|
« ตอบ #65 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2550, 22:26:30 » |
|
set one pillow on the seat... p.nn
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
WARM
|
|
« ตอบ #66 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2550, 22:56:38 » |
|
ไม่ได้เลยพี่ ตรงนั้นมันไม่มีพนัก พิง
สงสัยกลัวพนักงานนั่งสบาย
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
veekung
|
|
« ตอบ #67 เมื่อ: 13 ตุลาคม 2550, 11:26:14 » |
|
ทำไมต้องร้านนั้นตลอด ติดใจไรอ่ะ แต่ก็อร่อยดีนะ
น้ำลายสอเลย อร่อยจริง ๆ นั่นแหละพี่วอร์มไม่แพงด้วยวันนั่นสั่งไปเยอะมากแต่ก็ไม่ถึงคนล่ะสองร้อย
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
veekung
|
|
« ตอบ #68 เมื่อ: 13 ตุลาคม 2550, 11:27:29 » |
|
ดีจริงๆ เลย (แอบอิจฉา) คราวหลังชวนไปมั่งนะ :lol: :lol:
คือมันเป็นอะไรที่เกิดขึ้นแบบไม่มีแพลนอ่ะ (เป็นอย่างนี้ตลอด) ถ้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะนั้นก็พลาดได้เหมือนกันอ่ะ เลยชวนกันไม่ได้อ่ะ งงม่ะ :lol: :lol:
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
WARM
|
|
« ตอบ #69 เมื่อ: 13 ตุลาคม 2550, 16:41:47 » |
|
ทำไมต้องร้านนั้นตลอด ติดใจไรอ่ะ แต่ก็อร่อยดีนะ
น้ำลายสอเลย อร่อยจริง ๆ นั่นแหละพี่วอร์มไม่แพงด้วยวันนั่นสั่งไปเยอะมากแต่ก็ไม่ถึงคนล่ะสองร้อย ดีเนาะ...ชั้นกินมือเดียว อย่างเดียวก็สองร้อยแล้ว....เฮ้อ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
por-sim
|
|
« ตอบ #70 เมื่อ: 17 ตุลาคม 2550, 02:34:21 » |
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
party
|
|
« ตอบ #71 เมื่อ: 17 ตุลาคม 2550, 09:05:34 » |
|
ไม่รู้เป็นงัย ต้องเปิดคอม และ ทำงานกับคอมตลอดเวลาเลย
บางวันตั้งใจว่า จะสะสางงานให้เสร็จเช้า ช่วงบ่ายจะได้พักสายตาทำอย่างอื่น ปิดคอมซะบ้าง
แต่ 3 ปีที่ผ่านมา เปิด all day เลยอะ เมื่อยคอก้อเมื่อยนะ พยายามเดินไปกินที่โต๊ะนู้นโต๊ะนี้ก้อยังเมื่อยอยู่ดี
จาก...วันรุ่นตอนต้น ขี้บ่น :?
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
veekung
|
|
« ตอบ #72 เมื่อ: 17 ตุลาคม 2550, 09:45:40 » |
|
อะไนของแกซิ่ม แหมพี่วอร์มก็อยู่ญี่ปุ่นนี่ อย่าคิดกลับมาเป็นเงินไทยสิ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
iamfrommoon
|
|
« ตอบ #73 เมื่อ: 17 ตุลาคม 2550, 11:49:18 » |
|
คนคออ่อน (แอ) ระวัง! อาจถึงอัมพาต เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / โพสต์ทูเดย์ 13/03/07
ประชาชนชาวออฟฟิศทั้งหลายที่วันๆ นั่งอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ก้มๆเงยๆคีย์แป้นคอมพิวเตอร์อย่างไม่รู้เดือนรู้ตะวัน ระวังให้ดีเถอะจะกลายเป็นโรคอัมพฤกษ์อัมพาตอย่างไม่รู้ตัว อาการเริ่มต้นคือการกดทับของหมอนรองกระดูกสันหลังลองสังเกตตัวเองดูว่ามีอาการปวดเมื่อยที่หลังหรือคอหรือไม่
หลังจากนั้นจะเริ่มมีอาการชา อาการปวดร้าวจากคอลงไปที่สะบัก แขนและมือ หากมีอาการดังที่กล่าวมา นั่นอาจเป็นสัญญานที่บอกให้รู้ว่า ต้องรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่แล้วกระดูกคอเสื่อม พฤติกรรมการทำงานของคนทำงานในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มักต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ แต่ละวันจึงต้องใช้คอในกิจกรรมการก้มเงยเป็นจักรผันหารู้ไม่ว่าการทำเช่นนั้นอาจทำให้กระดูกคอเสื่อมได้กระดูกคอเสื่อมไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเพราะในระยะยาวจะส่งผลกระทบในหลายด้านตั้งแต่กล้ามเนื้ออ่อนแรง หยิบจับอันใดก็อ่อนเปลี้ยถึงขั้นเหน็บชาและปวดร้าวลึก กระทั่งลามลงไปสู่สะบัก แขนและมือ ถือเป็นอาการเริ่มต้นของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหากปล่อยทิ้งไว้ก็ถึงขั้นกดทับประสาทรุนแรง จนเกิดเป็นอาการอัมพฤกษ์อัมพาตได้นี่ยังไม่นับความทุกข์ทรมานที่เกิดจากการปวดเจ็บเรื้อรัง
นพ.ธีรศักดิ์ พื้นงาม ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทศูนย์ระบบประสาทไขสันหลัง โรงพยาบาลพญาไท กล่าวว่า คนทำงานออฟฟิศจำนวนมากที่มาพบแพทย์ส่วนหนึ่งเพราะมีอาการปวดร้าวคอ หรือในบางรายก็ร้าวลงไปถึงสะบัก แขน มือ ซึ่งอาการเหล่านี้ถือว่าไม่ปกติและถือเป็นสัญญานเตือนให้ต้องระวังเกี่ยวกับอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่คอผู้ป่วยบางรายพยายามจะอดทนต่อความเจ็บปวดหรือบางรายไปนวดผ่อนคลาย หรือทานยาบรรเทาอาการปวดแต่ก็ไม่ได้ทำให้หายขาด ในที่สุดก็ต้องลงเอยด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูก“ผู้ป่วยที่มีอาการกระดูกคอเสื่อมส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศหรือผู้ที่ต้องใช้คอใน 6 กิจกรรมซ้ำซากดังต่อไปนี้ คือ การก้ม การเงย การหันคอซ้ายขวาและการเอียงคอซ้ายขวา”นพ.ธีรศักดิ์กล่าว
หมอนรองกระดูกเทียมการรักษาความเสื่อมของกระดูกบริเวณคอนั้น คือการผ่าตัดหมอนรองกระดูกซึ่งเดิมใช้การผ่าตัดเชื่อมกระดูกโดยการใส่แผ่นเหล็กและสกรูที่ตำแหน่งกระดูกคอโดยกระดูกที่นำมาใช้เชื่อมใช้กระดูกสะโพกของผู้ป่วยเอง การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ทำให้เกิดแผลอย่างน้อย 2 แผลคือแผลที่สะโพกและแผลที่คอนพ.ธีรศักดิ์กล่าวว่า การผ่าตัดแบบเก่าเริ่มต้นด้วยการผ่าตัดเพื่อนำชิ้นส่วนจากกระดูกสะโพกออกมาในบางกรณีอาจใช้ชิ้นส่วนกระดูกจากคนอื่น แต่ผู้ป่วยบางรายมักจะปฏิเสธเนื่องจากเกรงว่าจะติดโรคบางอย่างมาจากกระดูกของผู้อื่นได้ ทั้งนี้ผลการผ่าตัดแม้ว่าอาการปวดคอจากการกดทับเส้นประสาทจะหายไป แต่เนื่องจากเกิดการเชื่อมของกระดูกทั้ง 2 ระดับจึงทำให้การเคลื่อนไหวของคอไปในทิศทางต่างๆ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เหมือนเดิม 100%โดยจะหันไปทางไหนก็ต้องหันไปทั้งลำตัวคล้ายคนคอแข็ง ผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องยอมรับความไม่ปกตินั้นนอกจากนี้ พบว่าภายใน 10 ปีหลังการผ่าตัด 25%ของผู้ป่วยจะมีปัญหาความเสื่อมของกระดูกคอระดับถัดไป ทั้งบนและล่างของระดับที่เคยทำการผ่าตัดเดิมซึ่งนำไปสู่ปัญหาให้ต้องผ่าตัดแก้ไขอีก
นพ.ธีรศักดิ์กล่าวว่าปัจจุบันมีการใช้หมอนรองกระดูกเทียมแทนการผ่าตัดหมอนรองกระดูกแบบเก่าซึ่งจะลดขั้นตอน และได้ผลการรักษาดีกว่าถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่นอกจากจะใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดที่สั้นลงแล้ว แผลยังเล็กกว่าการผ่าตัดแบบเดิม ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วที่สำคัญคือสามารถเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงกับภาวะปกติ คอไม่แข็งผิดธรรมชาติ“การใช้หมอนรองกระดูกเทียมยังมีผลดีที่จะช่วยลดปัญหาความเสื่อมของกระดูกคอในระดับถัดไป ไม่ว่าระดับบนหรือล่างจากระดับที่เคยทำการผ่าตัดไว้เดิมจึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ยังอยู่ในวัยทำงาน ซึ่งคุณภาพของกระดูกยังสมบูรณ์ หรือไม่พรุนมากการใช้หมอนรองกระดูกเทียมมีข้อเสียอย่างเดียวคือราคาค่าใช้จ่ายแพง เพราะต้องนำเข้าวัสดุจากต่างประเทศ เฉพาะค่าวัสดุ 1.5-2แสนบาทรวมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์อีก 1.5-2 แสนบาท รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท” นพ.ธีรศักดิ์กล่าว
นพ.ธีรศักดิ์กล่าวต่อไปว่าคณะศัลยแพทย์ด้านระบบประสาทและกระดูกสันหลังโรงพยาบาลพญาไทได้รับความร่วมมือจากนพ.แอนดริว แคปปูชิโน 1 ใน 10ศัลยแพทย์อันดับต้นของสถาบันแพทย์Orthopedicand Spine Surgeon of Buffalo Spine Surgery Institutionประเทศสหรัฐอเมริกาในการร่วมกันผ่าตัดรักษาผู้ป่วยที่มีอาการหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทด้วยวิธีใช้หมอนรองกระดูกเทียมเป็นผลสำเร็จนับเป็นทางเลือกใหม่ของการรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทในไทยหัดบริหารให้คอแข็ง (แรง) หากปล่อยให้หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทกดมากๆหรือปล่อยให้กดเป็นเวลานานๆการกดทับเส้นประสาทของหมอนรองกระดูกจะพัฒนาจากที่กดทับเพียงเส้นประสาทเป็นการกดทับตัวไขสันหลังโดยตรงและการเสื่อมของกระดูกจะพัฒนาเต็มที่กลายเป็นอาการอัมพฤกษ์อัมพาตส่งผลให้ไม่สามารถทำกิจกรรมเคลื่อนไหวได้ตามปกติ หรือในบางรายถึงขั้นพิการไม่สามารถเดินได้อีกต่อไปนพ.ธีรศักดิ์กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนับเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่จะช่วยป้องกันตัวเองให้พ้นจากอาการกระดูกเสื่อม หากต้องใช้คอในการก้มเงยก็ไม่ควรก้มเงยติดต่อกันเป็นเวลานานๆ แต่ต้องเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง หากรู้สึกตัวว่าเมื่อยล้าก็ไม่ควรฝืนแต่ให้รีบหยุดกิจกรรมที่ทำหรือเปลี่ยนไปทำงานชนิดอื่นสลับเป็นพักๆ 4 วิธีป้องกันปัญหากระดูกคอเสื่อม
1.หลีกเลี่ยงการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ หรือต่อเนื่องหลายชั่วโมงเมื่อต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆหากครบ1-2ชั่วโมงควรเปลี่ยนอิริยาบถแล้วค่อยกลับมานั่งทำงานต่อทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ พฤติกรรมการทำงานของแต่ละคนด้วยหากเป็นการทำงานที่ต้องก้มเงยหรือหันเอียงคอบ่อยๆ ก็ยิ่งต้องจำกัดเวลาในการทำงานแต่ละช่วง
2.เลือกใช้คอมพิวเตอร์ที่จอมอนิเตอร์ตั้งฉากกับพื้นดีกว่าคอมพิวเตอร์ประเภทที่มอนิเตอร์ฝังอยู่บนโต๊ะซึ่งยิ่งซ้ำเติมอาการก้มเงยหรือการใช้กล้ามเนื้อคอ โดยจอมอนิเตอร์แบบตั้งฉากกับพื้น อย่างน้อยก็ลดอาการก้มเงยได้ในระดับหนึ่ง
3.รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่อยู่ในวัยทอง เนื่องจากฮอร์โมนบางชนิดลดระดับลงมาก เป็นเหตุให้กระดูกพรุนและกระดูกมีโอกาสเสื่อมเร็วกว่าวัยอื่นๆ สำหรับอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น น้ำนมถั่วเหลือง ปลาเล็กปลาน้อยหรือสัตว์ที่มีเปลือกแข็งและผักใบเขียว โดยเฉพาะผู้สูงอายุในรายที่เริ่มมีปัญหาควรได้พบแพทย์เพื่อรับแคลเซียมเสริมด้วย
4.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะบริเวณคอซึ่งการบริหารกล้ามเนื้อบริเวณคอให้แข็งแรงนี้จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวมีส่วนช่วยในการพยุงรับน้ำหนักศีรษะได้มากขึ้น เท่ากับลดภาระกระดูกต้นคอให้ไม่ต้องรับน้ำหนักมากจนเกินไปนพ.ธีรศักดิ์กล่าวว่า ท่าบริหารคอที่ดีที่สุดคือการออกกำลังแบบใช้แรงต้าน นั่นคือใช้หลักแรงต้านเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ ได้แก่ การใช้มือต้านแรงของศีรษะซึ่งต้องทำให้ครบทั้ง 6 ทิศทางของการหมุนคอ ประกอบด้วย
1.การก้มศีรษะไปข้างหน้า 2.การเงยศีรษะไปข้างหลัง 3.การหันศีรษะไปด้านขวา 4.การหันศีรษะไปด้านซ้าย 5.การเอียงศีรษะไปด้านขวา และ 6.การเอียงศีรษะไปด้านซ้าย
สำหรับการก้มศีรษะไปข้างหน้า เริ่มต้นด้วย การใช้ฝ่ามือดันหน้าผากไว้ ขณะเดียวกันก็ฝืนแรงดันด้วยการก้มศีรษะลง ในลักษณะเดียวกันกับการเงยศีรษะไปด้านหลังก็ให้ใช้ฝ่ามือทั้งฝ่ามือดันกระหม่อมบริเวณด้านหลังศีรษะไว้เพื่อต้านแรงกัน ใช้วิธีเดียวกันนี้กับการหันศีรษะไปด้านขวา การหันศีรษะไปด้านซ้าย การเอียงศีรษะไปด้านขวา และการเอียงศีรษะไปด้านซ้ายการใช้มือต้านแรงของศีรษะนี้ให้ทำครั้งละ 5 วินาทีนับในใจช้าๆ 1-5โดยทำสลับกันไปรอบทิศทางการหมุนของคอ คือก้ม-เงย-เอียงซ้าย-ขวาและหันซ้าย-ขวา ทำบ่อยๆอย่าขี้เกียจทำนะ เพียงแค่นี้จากคนคออ่อน (แอ) ก็จะกลายเป็นคนคอแข็ง (แรง) สุขภาพกระดูกข้อต่อและกล้ามเนื้อคอแข็งแรงอย่าให้ได้ชื่อว่าเป็นพนักงานออฟฟิศทำงานกินเงินเดือนนิดเดียวทำงานแทบล้ม แทบตายแต่ในที่สุดต้องควักกระเป๋าเอาไปจ่ายค่าหมอนรองกระดูกเทียมให้หมอหมด
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
@@ธรรมชาติสร้างความขัดแย้ง เพื่อให้คนเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ดียิ่งขึ้น@@@
|
|
|
party
|
|
« ตอบ #74 เมื่อ: 17 ตุลาคม 2550, 13:01:44 » |
|
ขอบคุณคะ พี่ปุ้ก จะคอยปฏิบัติตามและเตือนใจคะ
เคยรู้สึกปวดเมื่อย ต้นคออยู่เหมือนกันคะ
นมถั่วเหลืองนี้ให้ประโยชน์เยอะเหมือนกันนะเนี้ยะ ทานทุกเช้าดีก่า ต้านทานโรคได้หลายโรคดีคะ
:lol: :lol:
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|