ดร.มนตรี
|
|
« ตอบ #200 เมื่อ: 13 พฤศจิกายน 2553, 21:01:57 » |
|
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9530000160473ความผิดใคร? 3G สะดุดไทยเสียโอกาสแสนล้าน การเมืองเตะถ่วงมือถือระบบ 3G เสียโอกาสในการทำธุรกิจต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ไร้สาย คอนเทนต์ โพรวายเดอร์ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและทั่วถึง เม็ดเงินในการลงทุนชะงัก รวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย ในการสัมมนาเรื่องวิกฤต 3G จุดเปลี่ยนธุรกิจไทยที่จัดโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สัปดาห์ที่ผ่านมา มีบางมุมมองที่น่าสนใจ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยหลังไม่มีการประมูล 3G ว่า การมี 3G หรือ 4G จะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบธุรกิจต่างๆ เพราะเวลาจะพาธุรกิจไปทิศทางไหนต้องมีการเช็กข้อมูลข่าวสาร ที่สามารถกดดูได้จากอุปกรณ์สื่อสารที่มีอยู่ในมือ ซึ่งก็คือการลดต้นทุน นอกจากนี้ ยังสร้างรายได้ประมาณ 1 แสนล้าน หรือคิดเป็น 0.5-1% ของจีดีพีเพราะไม่ต้องใช้ระบบลอจิสติกส์ การระงับ 3G กระเทือนกำไรของประเทศ เพราะการทำอี-คอมเมิร์ซ การท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็วก็สร้างโอกาสทางธุรกิจได้มาก หรือหากเปรียบเทียบถ้าประเทศอื่นไป 3G หรือ 4G ขณะที่ไทยยังอยู่ที่ 2G ภาพลักษณ์ของประเทศก็เสียหาย 'การมี 3G จะทำให้คนต่างจังหวัดเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้เร็ว สามารถทำธุรกิจโดยมีคลังสมอง เพราะขณะนี้เรากำลังเข้าสู่ยุคคลาวด์ คอมพิวติ้ง ถ้ามีบรอดแบนด์เข้าถึงข้อมูลได้เร็วจะทำให้ธุรกิจก้าวหน้าเร็ว เพราะเทคโนโลยีทำให้เกิดเศรษฐีอายุไม่ถึง 30 ปีมากมาย อย่างบิล เกตส์ก็มาจากเทคโนโลยี การที่ 3G ไม่เกิดไทยเสียโอกาสมากมาย และรัฐบาลไม่ค่อยใส่ใจต้องกดดันรัฐบาลทำให้เกิด' ถ้าไปต่างประเทศอย่างจีนจะรู้เลยว่าแต่ละที่เป็นอะไร เช่น เสินเจิ้นเป็นแหล่งกอปปี้ ฮ่องกงเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์ ไทยต้องการเป็นอะไร ขบวนการทำงานต้องเป็นกลยุทธ์ซุนวู รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ดังนั้น จุดแรกที่ไทยต้องทำคืออนาคต เพราะโลกต้องแข่งขันที่ความเร็ว เทคโนโลยี ธุรกิจต้องมีการลงทุนด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์เพราะเป็นยุคของคลาวด์ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา หากไทยทำตรงจุดนี้เงินจะมาเอง 'เทคโนโลยีจะอยู่กับมนุษย์คือมือถือกับไอแพด ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้น ไทยต้องวางแผนให้มีความมั่นคงกับธุรกิจ สังคมต้องเป็นสังคมความรู้ ฐานข้อมูลต้องหลากหลาย ต้องเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์แล้วใช้โทรศัพท์ลิงก์' ดร.ธนวรรธน์กล่าวว่า อินเทอร์เน็ตเข้ามาเปลี่ยนโลกได้เร็ว การอยู่คนเดียวเป็นไปไม่ได้ ต้องติดต่อต่างประเทศ โกลบอลไลเซชันมาจากอินเทอร์เน็ตทั้งนั้น พอโลกเชื่อมต่อกันต้องใช้ความเร็ว อย่างนักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย แล้วเกตเวย์เชื่อมต่อใครไม่ได้จะเกิดอะไรขึ้น เพราะไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน แม้กระทั่งจีนยังให้ความสำคัญกับไทยมาก ไทยต้องฉวยโอกาสตรงนี้ เพราะความเร็วเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีทีกับโครงสร้างพื้นฐานต้องแน่น หากอยู่ในธุรกิจไอซีที รับรองไม่จน ไทยอย่าตกยุค เพราะสิ่งสำคัญคือซอฟต์แวร์ ถ้าวางระบบ 3G จะช่วยให้ธุรกิจซอฟต์แวร์โต 'โครงสร้างพื้นฐานไทยเรื่องอินโนเวชันแฟกเตอร์ต่ำมาก ซึ่งไทยด้อยกว่ามาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ไทยมีปัญหาด้านกฎหมาย นี่คือความสูญเสียอย่างมหาศาล เกิดความเสียหายด้านการลงทุนรวมกับแอปพลิเคชันกว่า 2 แสนล้านบาท แต่ด้วยปัญหาการเมืองเราก็ต้องถอยก้าวหนึ่ง แต่ถ้าไป 4G ได้ ก็ควรไปเลย' สำหรับการลงทุนขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับระบบ 3G ในช่วง 3 ปีแรก เป็นเงินลงทุนด้านโครงข่ายประมาณ 5 หมื่นล้านบาทถึง 1 แสนล้านบาท แอปพลิเคชันลงทุน 5 หมื่นล้านบาท ธุรกิจต่อเนื่องอย่างอี-คอมเมิร์ซ 3 หมื่นล้านบาท รวมแล้วเกือบ 2 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ถ้าทีโอทีลงทุนทำ 3G 2 หมื่นล้านบาท แอปพลิเคชันไม่กระทบ แต่เสียโอกาสมากถ้าใช้เวลาดำเนินการ 5-6 เดือน ถ้าคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 5-7 หมื่นล้านบาท แต่ยังพอช่วยได้บ้าง ส่วนคุณภาพการให้บริการดีแค่ไหนยังไม่สามารถประเมินได้ ภาคเอกชน กทช. ต้องเร่ง 3G เกิดให้เร็ว หรือถ้าบอกว่ากทช.ไม่มีอำนาจให้ไลเซนส์ รัฐบาลก็ควรผลักดันให้กสทช.เกิดขึ้นโดยเร็ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีสามารถทำได้โดยการเข้าไปเจรจากับทุกหน่วยงาน ดร.ธนวรรธน์กล่าวว่า ปกติต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยโดยรวมเป็นเม็ดเงินประมาณ 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นธุรกิจด้านไอซีทีประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น ต้องกดดันรัฐให้เกิดกสทช. โดยเร็ว แล้วเร่ง 3G ให้เกิดประเทศอื่นไป 4G ไทยก็น่าจะอยู่แถบนั้นเพราะจะทำให้ธุรกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการ สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) ให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ จะรับหรือไม่รับก็ต้องมาและไม่ได้ถูกบังคับให้ใช้ แต่ 3G เป็นทางเลือก ถ้ามองในมิติผู้บริโภค ถ้ามี 3G ผู้บริโภคก็ได้ประโยชน์ เช่น มีผู้ให้บริการเพิ่มขึ้น แม้จะมองว่าเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่แต่ธุรกิจก็ต้องแข่งขันกัน แต่จะแตกต่างในเชิงธุรกิจ เพราะเป็นบริการแบบไลเซนส์กับสัญญาสัมปทาน นอกจากนี้ บริษัทที่ทำคอนเทนต์ไม่ว่าจะเป็นค่ายเพลงต่างๆ สื่อหนังสือพิมพ์ รวมถึงคอนเทนต์ โพรวายเดอร์ก็เสียโอกาสหาก 3G ไม่เกิด เพราะไม่สามารถขายผ่านมือถือได้อย่างรวดเร็ว ค่าโทร.จะลดลง 20% เพราะผู้ให้บริการไม่ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้รัฐ รวมถึงผู้พิการหูหนวก ตาบอด เพราะมีวิดีโอคอลล์ ที่สื่อสารกันด้วยภาษามือแทนการส่ง SMS คนตาบอดก็ใช้โทรศัพท์ส่องป้ายแล้วให้ญาติอ่านแทน ขณะที่ธุรกิจอื่นไม่ว่าจะเป็นอี-คอมเมิร์ซก็จะมีการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น มีคนใช้บรอดแบนด์มากขึ้น บริการข้อมูลจะโตขึ้น นอกจากนี้ ยังมีบริการใหม่ๆ เช่น ซื้อตั๋วหนัง บัตรรถไฟฟ้า หรือธุรกรรมอื่นๆ ที่สามารถทำผ่าน 3G ได้ ซึ่งจะส่งผลให้จีดีพีของประเทศโตตาม ด้านหัวเรือใหญ่ 3G อย่าง พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ให้ความเห็นแบบแผ่นเสียงตกร่องว่า หากมีการประมูล 3G รัฐบาลจะสามารถสร้างโครงข่ายไร้สายเข้าถึงทุกครัวเรือน โดยเป็นบรอดแบนด์ไร้สาย 75% ผ่านเคเบิลใยแก้วนำแสงที่ให้บริการแบบไฟเบอร์ทูเดอะโฮม 25% โดยรัฐต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 1.8-2.5 แสนล้านบาท ดังนั้นการพัฒนาธุรกิจโดยเทคโนโลยี 3G ไวแมกซ์ การให้ใบอนุญาตจึงมีความสำคัญ 'เรากำลังปล่อยทรัพยากรที่สำคัญไว้เฉยๆ แทนที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งทำให้ไทยเสียโอกาสทางธุรกิจ การชะลอ 3G สิ่งที่เกิดขึ้นคือวัฏจักรของเทคโนโลยีที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป ไม่เกี่ยวอะไรกับไทย เพราะเป็นแค่ฟันเฟืองเล็กๆ เพราะจะไป 4G แล้ว ซึ่งจะทำให้ราคาเครื่อง 3G ถูกลง' พ.อ.นทีกล่าวว่า มี 3G ไม่ใช่จะเลิก 2G แต่ไม่มีเหตุผลว่า 3G ไม่จำเป็นต้องเกิด เพราะ 3G ถ้าเป็นถนนก็เปรียบเหมือนโทลเวย์ 2G เหมือนวิภาวดี อยู่ที่ผู้บริโภคจะเลือกใช้ และเครื่องลูกข่ายที่ออกมาขณะนี้ก็เป็น 3G แต่ใช้ฟีเจอร์ 2G จึงเป็นการใช้ของแพงเกินประสิทธิภาพ การแก้ไขปัญหาคือต้องเร่งออกไลเซนส์ 3G เพราะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการให้บริการบรอดแบนด์เข้าถึงประชาชน อย่างมาเลเซียใช้เวลา 2-3 ปี สามารถให้บริการบรอดแบนด์จาก 10% เป็น 50% ได้ หลังจากมีการให้ไลเซนส์ 3G ไวแมกซ์ 'การประมูล 3G ไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการในไทยที่สนใจ ต่างชาติก็ให้ความสนใจเช่นกัน ไม่ว่าเป็นผู้ประกอบการจากเกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย หลังมีการโรดโชว์ แต่ที่ต่างชาติไม่เข้าร่วมประมูลเพราะไม่มั่นใจในเรื่องการเมือง เพราะการลงทุนถ้ามีความเสี่ยงต่างชาติก็จะไม่สนใจ'
|
|
|
|
khesorn mueller
|
|
« ตอบ #201 เมื่อ: 14 พฤศจิกายน 2553, 00:20:34 » |
|
น้องเมฆ, briefสั้นๆให้พี่ฟังที พี่ขี้เกียจอ่าน!
p.nn
|
|
|
|
|
khesorn mueller
|
|
« ตอบ #203 เมื่อ: 15 พฤศจิกายน 2553, 12:57:39 » |
|
เค้าว่าไงมั่งคะ? คิดต่างไช่มั้ย? มาเลย์น่าทึ่งเสมอ ไม่ว่านายกคนไหน
|
|
|
|
ดร.มนตรี
|
|
« ตอบ #204 เมื่อ: 15 พฤศจิกายน 2553, 13:38:51 » |
|
เป็นบัตรเชิญที่ส่งมาให้ผมเมื่อเช้านี้ หน่ะครับ ยังไม่ได้คุยกันครับ ...
จะคุยกัน ในวันจันทร์ที่ 22 พ.ย. ที่จะถึงนี้ครับพี่ช่วงเช้า หลังจากเปิดการประชุมแล้ว ท่านนายกฯ จะมี Session ในการหารือ กับ Working Group ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือ ผู้ที่เข้าร่วมการบรรยายในการประชุมฯ ...
... ตอนนี้เตรียมประเด็น ไปคุยกับท่านและ Working Group ... เรียบร้อยแล้ว ... หากมีประเด็น น่าสนใจ และพอจะเปิดเผยได้ ในที่สาธารณะ (เว็บบอร์ด) ... จะนำมาแชร์ต่อไป นะครับ
|
|
|
|
khesorn mueller
|
|
« ตอบ #205 เมื่อ: 15 พฤศจิกายน 2553, 13:53:38 » |
|
ถึงตอนนั้น...22พย. พี่คงลืมไปแล้ว! ต้องนะคะ...อะไรที่สร้างสรร ไม่กระทบงานและหรือเป็นความลับ แบ่งๆกันให้พวกเราที่นี่รู้คะ.
|
|
|
|
|
|
khesorn mueller
|
|
« ตอบ #208 เมื่อ: 16 พฤศจิกายน 2553, 15:03:08 » |
|
พี่เห็นบ่อยๆApp ... iphoneของApple
|
|
|
|
Samrotri2517
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
จะเป็นด้านที่1และ2ของ3เหลี่ยมฯ เพื่อให้เกิดด้านที่3
ออฟไลน์
รุ่น: รหัสเข้า 17 รุ่น 57
คณะ: แพทยศาสตร์ จุฬาฯรุ่น 30
กระทู้: 1,915
|
|
« ตอบ #209 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2553, 14:48:06 » |
|
ขอขอบคุณเวบคมชัดลึก วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน 2553 ที่สนับสนุนข่าว http://www.komchadluek.net/detail/20101124/80639/ล็อกซ์เล่ย์ร่วมวงประมูล3จีทีโอทีดึงสามารถฯพันธมิตรปี54ตั้งเป้ารุกภูมิภาคอาเซียน.html
"ล็อกซ์เล่ย์" ร่วมวงประมูล3จีทีโอทีดึงสามารถฯ พันธมิตร-ปี 54 ตั้งเป้ารุกภูมิภาคอาเซียน นายธงชัย ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจโทรคมนาคมมาเป็นเวลานาน และมีความพร้อมในการที่จะเข้าร่วมในธุรกิจโทรคมนาคมให้มากขึ้น เพราะตลาดโทรคมนาคมมีโอกาสขยายตัวอีกมาก โดยล็อกซเล่ย์จะร่วมกับบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นกิจการร่วมค้า เพื่อร่วมกันเข้าประมูลงานขยายโครงข่ายให้บริการ 3 จี ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะซื้อซองประกวดราคาในวันที่ทีโอทีเปิดขายซองวันแรก คือในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553
นายเฉลิมโชค ล่ำซำ กรรมการบริหาร บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า บริษัทจะต้องรอดูข้อกำหนดและเงื่อนไข (ทีโออาร์) จากทีโอทีอย่างเป็นทางการก่อนที่จะเข้าร่วมประมูลงานวางโครงสร้างทั่วประเทศ ซึ่งจะพิจารณารายละเอียดว่ามีหลักเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติอย่างใดบ้าง การส่งมอบงานจะต้องดำเนินการในลักษณะใด โดยเบื้องต้นล็อกซเล่ย์ และกลุ่มสามารถฯ จะได้หารือร่วมกับซัพพลายเออร์ต่างประเทศ 4 รายคือ หัวเหว่ย, โนเกีย-ซีเมนส์, อีริคสัน และอัลคาเทล
นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทีโอทีจะเปิดขายซองประกวดราคาโครงการขยายโครงข่ายให้บริการ 3 จี ในวันที่ 29 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2553 และในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 จะให้ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมประมูลในรูปแบบวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออคชั่น) จากนั้นจะมีการลงนามในสัญญาว่าชนะการประมูลอย่างเป็นทางการในวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ 2554 โดยการให้บริการเฟสแรกจะเริ่มในเดือนเมษายน และเฟสที่ 2 จะให้บริการครอบคลุม กทม. และ 13 จังหวัดเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ข้อกำหนดและเงื่อนไข (ทีโออาร์) สำนักงานอัยการสูงสุดกำลังพิจารณา โดยทีโอทีได้ส่งทีโออาร์ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอที ให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
นายธงชัยกล่าวถึงผลการดำเนินงานของล็อกซเล่ย์ในปี 2553 ว่ารายได้ของบริษัทจะเติบโต 10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 1 หมื่นล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค และงานภาคราชการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ส่วนแผนงานปี 2554 บริษัทจะรุกตลาดด้านสินค้าอุปโภคบริโภค และด้านเทคโนโลยี ขยายไปทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน หลังจากได้ทำตลาดที่เวียดนามและลาว โดยขณะนี้กำลังศึกษาการเข้าลงทุนในพม่า กัมพูชา รวมถึงจีน ซึ่งจุดประสงค์ของบริษัทต้องการพัฒนาแบรนด์สินค้าล็อกซเล่ย์ให้เข้าสู่ระดับอินเตอร์แบรนด์มากขึ้น
|
3 เหลี่ยมเขยื้้อนภูเขา เสนอโดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี มี 3 ด้าน คือ ด้านที่ 1 ด้านให้ความรู้กับกลุ่มคน ด้านที่ 2 กลุ่มคน ที่ได้รับความรู้ เห็นด้วย สร้างวัฒนธรรมไม่มีบทลงโทษถ้าไม่ทำ ด้านที่ 3 ด้านการเมือง เป็นด้านออกกฏหมาย มีบทลงโทษถ้าไม่ปฏิบัติ ถ้ามีครบ 3 ด้านจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง
|
|
|
khesorn mueller
|
|
« ตอบ #210 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2553, 16:38:41 » |
|
พี่เห็นแล้ว! เห็นเขายกMaques de Casa Conchaชน ที่ข้างสระน้ำ...
|
|
|
|
เหยง 16
|
|
« ตอบ #211 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2553, 19:58:33 » |
|
ด่วน! เด้ง CEO ทีโอที สังเวยประมูล 3G ล่าช้า บอร์ดสั่งเลิกจ้างมีผล 8 ม.ค. 2554วันที่ 08 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 18:39:19 น.นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ดบมจ.ทีโอที เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดล่าสุด(8 ธ.ค.) มีมติให้บอกเลิกสัญญาจ้างนายวรุธ สุวกร เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที โดยเป็นการบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือน ดังนั้นนายวรุธ จะยังทำหน้าที่ในตำแหน่งอยู่จนถึงวันที่ 8 ม.ค. ที่จะถึงนี้ แต่จะถูกจำกัดอำนาจลง โดยบอร์ดได้มอบหมายให้นายบุญมาก ศิริเนาวกุล กรรมการบริษัท เป็นผู้ลงนามร่วมในเอกสารต่างๆ คู่กับนายวรุธ ด้วยจนกว่าจะพ้นจากตำแหน่ง “ขณะนี้ต้องการให้ทีโอทีมีการปรับเปลี่ยนอย่างจริงจัง ให้องค์กรไปข้างหน้าได้ เพราะสภาพแวดล้อมล้อมรอบด้านกำลังกดดันอย่างนั้น จึงต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อความเหมาะสม โดยหลังจาก 8 ม.ค. แล้วจะมีการแต่งตั้งผู้บริหารภายในขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการสรรหาผู้เหมาะสมขึ้นมาทำหน้าที่แทน ระหว่างนี้บอร์ดจะลงมาดูแลโครงการ 3G อย่างจริงจังเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ตามกำหนดการเดิม”นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม กล่าว http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1291808376&grpid=03&catid=&subcatid=
|
|
|
|
ดร.มนตรี
|
|
« ตอบ #212 เมื่อ: 27 ธันวาคม 2553, 22:55:18 » |
|
|
|
|
|
mek
Full Member
ออฟไลน์
รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627
|
|
« ตอบ #213 เมื่อ: 31 ธันวาคม 2553, 13:16:56 » |
|
ทรูทุ่ม6.3พันล้านฮุบฮัทช์-สรรพากรข้องใจกู้ซื้อเลี่ยงภาษี ทรู ส่งบริษัทลูก "เรียล มูฟ" ซื้อกิจการฮัทชิสัน มูลค่ากว่า 6.3 พันล้าน ลั่นปีหน้าลุยทำตลาดเต็มสูบ เชื่อว่าหลังจากซื้อฮัทช์ ช่วยให้ ทรู เข้มแข็งมากขึ้น "ดีแทค" ข้องใจดีลซื้อขาย ถูกกฎหมายหรือไม่ จี้รัฐสอบสัญญา หวั่นเสี่ยงผิดกฎหมาย กสทช. ย้ำเอกชนทุกรายต้องได้รับความเป็นธรรมเท่าเทียมกัน ผวากระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนไทย-เทศ สรรพากรข้องใจใช้วิธีให้กู้เลี่ยงจ่ายภาษี บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวานนี้ (30 ธ.ค.) ว่า บริษัท เรียล มูฟ จำกัด และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บริษัท ทรูฯ ได้ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้น เพื่อซื้อกิจการฮัทชิสัน ประกอบด้วย หุ้นบริษัท ฮัทชิสัน ไวร์เลส มัลติมีเดีย โฮลดิ้งส์ จำกัด หุ้นบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด หุ้นของ Rosy Legend (RL) และ หุ้น Prospect Gain (PG) ทั้งนี้ บริษัทย่อยของ ฮัทชิสัน ไวร์เลสฯ และ บีเอฟเคที ดำเนินธุรกิจสนับสนุนธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัท ทำให้การใช้โครงข่าย และฐานลูกค้าของบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของทรู เติบโตอัตราสูงขึ้น และสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเป็นผู้ถือหุ้นดังกล่าว อ้างอิงและอ่านต่อ http://www.suthichaiyoon.com/detail/7568
|
|
|
|
mek
Full Member
ออฟไลน์
รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627
|
|
« ตอบ #214 เมื่อ: 28 มกราคม 2554, 11:20:43 » |
|
ทีมร่างสัญญาทำธุรกิจ HSPA กสท ยกทีมลาออก หลังซีอีโอรีบร้อนเซ็นสัญญากับทรูวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 07:59:43 น. อ้างอิง : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1296176414&grpid=03&catid=03 แหล่งข่าวภายในบมจ. กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า คณะทำงานร่างสัญญาร่วมมือกันให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ HSPA ด้วยโครงข่าย CDMA ระหว่างบมจ. กสท โทรคมนาคม กับ กลุ่มบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ทั้งหมด 17 คนได้ลาออกจากตำแหน่งในคณะทำงานทั้งหมดแล้ว เนื่องจากไม่พอใจที่นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. กสท ได้รีบร้อนลงนามในสัญญาทั้งหมดไปเมื่อเวลา 7.45 น. ของวันที่ 27 ม.ค. พร้อมๆ กับที่ ทรูคอร์ปฯ ทำสัญญาเข้าซื้อกิจการในกลุ่มฮัทชิสัน “สัญญาทั้งหมดควรให้ตรวจให้รอบคอบกว่านี้ แม้บางส่วนจะผ่านการตรวจสอบจากอัยการสูงสุดแล้ว แต่คณะทำงานเห็นว่าควรจะส่งร่างให้บอร์ดตรวจสอบอีกครั้ง และควรจะส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบให้ชัดเจนว่าไม่ได้ขัดกับข้อกฎหมาย” สำหรับคณะทำงานดังกล่าวมีทั้งหมดเป็นพนักงานของ กสท ที่มาจากสายงานกฎหมาย สายร่วมการงานและสายงานธุรกิจไร้สาย ขณะเดียวกันในช่วงบ่ายของวันที่ 27 ม.ค. มีพนักงาน กสท บางส่วนที่ไม่พอใจกับการเซ็นสัญญาดังกล่าว ได้รวมตัวกันล่ารายชื่อเพื่อทำหนังสือคัดค้านเช่นกัน เนื่องจากเห็นว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่รีบร้อนมากผิดสังเกต ด้านนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า ในการประชุมบอร์ดวันที่ 28 ม.ค. จะนำข้อสังเกตตามหนังสือคัดค้านของพนักงานทั้งหมด รายงานให้บอร์ดทราบก่อนจะมาชี้แจงทำความเข้าใจกับพนักงาน
|
|
|
|
|
khesorn mueller
|
|
« ตอบ #216 เมื่อ: 28 มกราคม 2554, 11:50:01 » |
|
ก็เห็นหุ้น trueขึ้นเอาขึ้นเอา! วันนี้ชาวบ้านตกกราวราวรูด heคงฉลุย 4% up ต้องมีอะไรแน่ๆ แผนล่อเม่าป่าว? ฮึ น้องเมฆ?
|
|
|
|
mek
Full Member
ออฟไลน์
รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627
|
|
« ตอบ #217 เมื่อ: 28 มกราคม 2554, 12:05:43 » |
|
กลุ่ม SAMART-LOXLEYเสนอราคาต่ำสุดประมูล 3G ทีโอที,คาดเซ็นสัญญากลางก.พ.ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 28 มกราคม 2554 11:25:06 น. อ้างอิง : http://www.ryt9.com/s/iq05/1076780ผู้บริหาร บมจ.ทีโอที ระบุว่าการประมูล e-Auction งานวางโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ในวันนี้ มีผู้เสนอราคาต่ำสุด 16,290 ล้านบาท โดยจะนำเสนอผลการประมูลให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาในช่วงต้นเดือน ก.พ.นี้ และคาดว่ากลางเดือน ก.พ.จะสามารถเซ็นสัญญาได้ นายอานนท์ ทับเที่ยง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที ในฐานะประธานคระกรรมการประกวดราคาด้วยวิธีทางการอิเล็คทรอนิกส์ เปิดเผยว่า การประมูลในรูปแบบ e-Auction โครงการทีโอที 3G ได้มีการเคาะราคาสุดท้ายที่ 16,290 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 6.59% และต่ำกว่าคู่แข่งที่เสนอราคา 16,777 ล้านบาท ภายใน 1-2 วันนี้ ทีโอทีจะเสนอให้ผู้มีอำนาจรับทราบผลการประมูล และคาดว่าต้นเดือน ก.พ.จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท จากนั้นจะเรียกบริษัทที่เสนอราคาต่ำสุดเข้ามาเจรจาและเซ็นสัญญาในช่วงกลาง เดือน ก.พ. และเชื่อว่าจะสามารถเปิดให้บริการในเฟสแรก กทม.และปริมณฑลช่วงเดือน เม.ย.54 ตามแผนงานที่กำหนดไว้ ขณะที่นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น(SAMART) เปิดเผยว่า กลุ่มเอสแอล คอนเซอเตียมได้เสนอราคาประมูลงานวางโครงข่าย 3G ของ บมจ.ทีโอที ที่เปิดประมูล e-Auction เช้าวันนี้ที่ราคา 16,290 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ 17,440 ล้านบาท หรือคิดเป็นต่ำกว่าราคากลาง 6.59% อนึ่ง กลุ่มเอสแอล คอนเซอเตียม ประกอบด้วย บมจ.สามารถ คอร์ปอเรชั่น (SAMART), บมจ.ล็อกซเล่ย์(LOXLEY), บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท โนเกีย-ซีเมนส์ จำกัด ล่อเม่ารึเปล่าไม่รู้เหมือนกันครับพี่หนิงของอย่างงี้คงแล้วแต่เจ้า
|
|
|
|
khesorn mueller
|
|
« ตอบ #218 เมื่อ: 28 มกราคม 2554, 12:09:46 » |
|
samartยังตาม loxleyก็คอยดู .. .. แต่, หัวเว่ย? หัวเห่ย? .. .. ชื่อนี้ แหมนะ พณฯท่าน
|
|
|
|
|
|