= = ซีมะโด่งทัวร์อุบลราชธานี ลาวใต้ วันเข้าพรรษา 53 = =
เหยง 16:
สืบเนื่องจาก ปี 2553 นี้ ซีมะโด่งทัวร์ยังไม่มีการจัดการท่องเที่ยวขึ้นมาเลย แม้ต้นปีที่ผ่านมา จะมีการจัดทัวร์ไปดูบอลประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ ที่โรงไฟฟ้าบางปะกง ตามด้วยการไปเยี่ยมผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีและคุณอ้อมทิพย์ นิเทศน์และ RCU2516 ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว มาแล้วก็ตาม
ได้มีการเตรียมจัดทัวร์ขึ้น โดยใช้วันหยุดยาวซึ่งมีเหลืออยู่อีก 2 ช่วงคือ
หนึ่ง-วันหยุดช่วงเทศกาลเข้าพรรษา และ
สอง-วันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม
ในที่สุด ก็ได้ช่วงวันหยุดเทศกาลเข้าพรรษา (23 - 28 กรกฎาคม 2553) ดังมีรายการทัวร์ดังต่อไปนี้
GOLDEN LIVE TRAVEL
บริษัท โกลเด้นไลท์ทราเวล จำกัด
Tel 02-539-6651 [Auto], Fax 02-539-6652
E-mail: goldenlive@msn.com WEBSITE: http://www.goldenlive.net
ทัวร์ VIP ราคาโดนๆ
พักโรงแรมสองสไตล์ อิงแอบธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์
DELUXE TOUR
เยือนลาวตอนใต้ สัมผัสไนแองการ่าแห่งเอเชีย
อุบล – ช่องเม็ก – ปากเซ – ปราสาทหินวัดพู – หลี่ผี – น้ำตกคอนพะเพ็ง
เดินทางโดย รถโค๊ชปรับอากาศ VIP 02 ชั้น 08 ล้อ
5 วัน 2 คืน
กำหนดการเดินทาง ออกเดินทาง 23 – 27 กรกฎาคม 2553
วันแรก กรุงเทพ – อุบลราชธานี เย็น วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม 2553
17.00 น. คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดพบ หอพักนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(ตรงข้าม รร.เตรียมอุดม ถนนพญาไท) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ
18.00 น. พร้อมออกเดินทางสู่ จ.อุบลราชธานี โดยรถโค๊ชปรับอากาศ VIP 2 ชั้น, บริการอาหารกล่องบนรถ(1) ระหว่างการเดินทาง-อิสระ พักผ่อนบนรถ
วันที่สอง อุบลราชธานี – ช่องเม็ก – ปากเซ – ปราสาทหินวัดพู วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2553
06.00 น. คณะเดินทางถึง จ.อุบลราชธานี บริการอาหารเช้า(2) ณ ห้องอาหาร (ร้านสามชัย สาขาหน้าจวนผู้ว่าฯ) พร้อมอิสระกับภาระกิจส่วนตัวตามอัธยาศัย
หลังอาหารเช้า มำท่านเดินทางสู่ด่านชายแดนช่องเม็ก-วังเต่า ผ่านพิธีการตรวจเอกสารที่ช่องเม็ก ขณะรอตรวจเอกสาร ท่านสามารถชมบรรยากาศโดยรอบ จับจ่ายซื้อสินค้าปลอดภาษีได้
10.30 น. ออกเดินทางสู่เมืองปากเซ (45 ก.ม.) ข้ามแม่น้ำโขงที่สะพานมิตรภาพลาว-ไทย ตางเข้าสู่ปากเซ ศูนย์กลางแขวงจำปาสัก
11.30 น. เข้าที่พัก โรงแรม จำปาสัก พาเลซ หรือเทียบเท่า
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร(3)
13.30 น. เดินทางต่ออีก 38 ก.ม. ลงแพขนานยนต์ที่บ้านม่วง ข้ามกลับไปยังเมืองจำปาสัก (นครเก่า) ขึ้นรถยนต์ต่อไป 12 ก.ม. เพื่อที่จะเข้าชมประสาทวัดพู นำท่านชมเสาหลักเมืองของนครจำปาสักที่พระมหากษัตริย์ไทยเป็นผุ้ประกอบพิธีวางเสาหลักเมือง แวะชมวังเก่าของเจ้าบุญอุ้มและเจ้าบุญอ้อม ผู้ครองนครจำปาสัก ซึ่งเป็นเจ้าเมืองคนสุดท้าย ชมพิพิธภัณฑ์ที่เก็บหลักศิลาจารึกซึ่งบันทึกด้วยอักษรปันละวะและวัตถุโบราณที่เก่าแก่กว่าสมัยเจนละ หลังจากนั้นนำท่านชมปราสาทวัดพู โดยเดินผ่านทางเสานางเรียงซึ่งมียอดเขาที่มีชื่อจารึกในสมัยอดีตว่า “มหาลึงคบรรพต” ท่านจะได้ชมศาสนสถานของขอมที่เก่าแก่ที่สุดและงดงามกว่าประสาทหินใดๆ ในบริเวณที่ราบสูงและนครวัดนครธม รวมทั้งภาพแกะสลักนางอัปสรที่งดงามและสมบูรณ์ซึ่ง สมเด็จพระเทพฯ และสมเด็จพระพี่นางเธอกัลยานิวัฒนา ก็ได้เคยเสด็จ ณ สถานที่แห่งนี้ ท่านจะได้ชมแท่งหินขนาดใหญ่ที่ใช้บูชายันต์ด้วยคนเป็นๆ ในอดีตตามลัทธิความเชื่อถือ ซี่งปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าไหลซึมลงมาจากยอดลึงคบรรพต ชมปราสาทหินทรายสีขาวที่ข้างในเก็บศิวลึงค์ไว้ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นพระพุทธรูปและเก็บสมบัติโบราณในสมัยก่อนพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 เก็บภาพและความทรงจำที่งดงามแล้วเดินทางกลับตามเส้นทางเดิมไปยังปากเซ
17.00 น. นำท่านเข้าสู่ที่พัก อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร(4)
วันที่สาม ปากเซ – หลี่ผี – คอนพะเพ็ง วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2553
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม(5)
07.30 น. ออกเดินทางตามเส้นทางหมายเลข 13 ใต้ (135 ก.ม.) สู่ท่าเรือบ้านท่าม่วง นำท่านลงเรือหางยาว ล่องมหานทีสีทันดอน ลัดเลาะไปตามเกาะแก่งต่างๆ สู่น้ำตกหลี่ผี เรือจอดเทียบท่าเกาะดอนเหลด ขึ้นรถ 5 แถว
ท่านจะได้ชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แลวะชม “ซากหัวรถจักรไอน้ำและสะพานรถไฟ” ของจักรวรรดินิยมฝรั่งเศสที่ยังหลงเหลืออยู่ที่นี่ จากนั้นชมความยิ่งใหญ่ของแก่งหินที่แม่น้ำโขงไหลผ่าน (น้ำตกหลี่ผีหรือน้ำตกสมพะมิต) เก็บภาพประทับใจแล้วเดินทางกลับ เพื่อมุ่งหน้าสู่น้ำตกคอนพะเพ็ง
11.30 น. เดินทางถึง “น้ำตกคอนพะเพ็ง” ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็น ไนแองการ่าแห่งเอเชีย ลำน้ำโขงที่บริเวณนี้กว้างกว่า 8 กิโลเมตร มีโขดหินเป็นเกาะแก่งลดหลั่นเป็นชั้นๆ ทำให้เกิดเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีกระแสน้ำตกเชี่ยวแรง เป็นฟองฝอยละอองน้ำฟุ้งกระจายทั่วไปเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนึกไม่ถึงว่าในลาวเพียงใกล้ๆ แค่นี้ ก็มีสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่ต้องนั่งเครื่องบินไปดูแล้ว ความสูงชันและความแรงกระหน่ำของน้ำตกเป็นเครื่องช่วยให้เรือบรบของฝรั่งเศสไม่สามารถล่องตามลำน้ำโขงขึ้นไปตีประเทศจีนได้ในอดีต ท่านจะมีโอกาสสัมผัสกับธรรมชาติที่บริสุทธิ์อย่างมากและชมต้นมณีโครตซึ่งมีต้นเดียวในอีสานใต้
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ศาลาริมคอนพะเพ็ง(6)
15.30 น. เดินทางกลับสู่เมืองปากเซ
17.30 น. นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมบัคอีตู้ หรือเทียบเท่า รีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติริมน้ำตก สัมผัสอากาศที่เย็นสบาย
19.30 น. รับประทานอาคารค่ำ(7) หลังอาหารพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สี่ ปากเซ – ตาดเยือง – ตาดผาส้วม – ช่องเม็ก – อุบลราชธานี วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2553
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม(8 ) พร้อมเช็คเอาท์
08.00 น. นั่งรถชมเมืองปากเซยามเช้า แวะช๊อปปิ้งที่ตลาดดาวเรือง เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อาทิ เครื่องเงิน สินค้าหัตถกรรม เป็นต้น
09.00 น. ออกเดินทางสู่น้ำตก ตาดเยือง (40 ก.ม.) จุดเด่นน่าชมอยู่ที่สายน้ำสีขาวที่ไหลออกมาตามหน้าผากระทบโขดหินแตกเป็นละอองสีขาวตัดกับสีดำเข้มของโขดหิน ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นและเป็นส่วนตัว นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของน้ำตกได้อย่างใกล้ชิด
11.00 น. ออกเดินทางสู่(35 ก.ม.) ระหว่างทางจะผ่าน"ภูปาเจียง" ซึ่งเป็นตำนานวรรณกรรมรักอมตะ “นางมะโรง ท้าวบาเจียง”
12.00 น. ถึงบาเจียงรีสอร์ท หรือน้ำตกผาส้วม แวะรับประทานอาหารกลางวัน(9) ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นพร้อมชมความงามของน้ำตกและชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขา
15.30 น. ถึงด่านวังเต่า – ช่องเม็ก แวะซื้อสินค้าปลอดภาษีที่ด่านช่องเม็ก
หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางสู่จังหวัดอุบลราชธานี แวะซื้อสินค้าขึ้นชื่อของอุบลราชธานี เช่น หมูยอ เค็มหมากนัด และอื่นๆ อีกมากมาย
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร(10) หลังอาหารนำท่านเดินทางกลับสู่กรุงเทพมหานคร
วันที่ห้า กรุงเทพฯ เช้า วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2553
05.00 น. คณะเดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
รายการพิเศษ.....คืนกำไรสู่ลูกค้า
อัตราค่าบริการ
ผู้ใหญ่ ราคาท่านละ 5900 บาท
เด็ก (เด็กต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียงเสริม) ราคาท่านละ 4900 บาท
พักเดี่ยว เพิ่มท่านละ 2500 บาท
อัตรานี้รวม
1. ค่ารถปรับอากาศ VIP 2 ชั้น 8 ล้อ
2. ค่าโรงแรมที่พัก 2 คืน
3. ค่าอาหารตามรายการที่ระบุ
4. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
5. ค่าทำเอกสารผ่านแดน
6. ค่ามัคคุเทศน์ท้องถิ่นคอยบริการท่านอย่างใกล้ชิด
7. ค่าประกันภัยในการเดินทาง วงเงินท่านละ 200,000 บาท/100,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
2. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ในกรณีต้องการใบเสร็จ
3. ค่าทิปไกด์และคนขับรถ (แล้วแต่ความพึงพอใจ)
4. ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรม
สิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มไป
1. ยาประจำตัว อาทิ ยาแก้เบาหวาน ความดันโลหิต ยาปฏิชีวนะเฉพาะตัว ยาอื่นๆในกรณีมีโรคประจำตัว ฯลฯ
2. อุปกรณ์กันฝน(ตามสมควร) เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝนแล้ว
เพิ่้มเติม- ขอให้ทุกท่านเตรียมกางเกงขาสั้นไปเพิ่มเติม เนื่องจากในวันที่สองของการอยู่ที่ สปป.ลาว จะต้องลงเรือ ลงแพ เที่ยวชมน้ำตก เกาะแก่งต่างๆ การใส่กางเกงขาสั้นจะสะดวกกว่าการใส่กระโปรง หรือกางเกงขายาวครับ
3. เงินที่จะเตรียมไปใช้จ่ายใน สปป.ลาว นั้น ไม่ต้องแลกเงินกีบ โปรดนำเงินบาทไทยชนิดใบย่อยไปมากๆ เช่น ธนบัตรฉบับราคา 20 และ 100 บาท
เพื่อให้การเดินทางเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว ทุกท่านอาจเตรียมชุดสำรอง ตลอดจนยาสีฟันและอื่นๆ สำหรับเข้าห้องน้ำ ในวันแรกที่ไปถึง เพื่อไม่ต้องไปรื้อกระเป๋าเดินทางจากที่เก็บในตัวรถ จนเกิดความล่าช้าขึ้นได้
อ่านรายละเอียดที่เหมือนกัน แต่ชมภาพเพิ่มเติมที่เว็ปของบริษัทที่ ;
http://www.goldenlive.net/index.php?option=com_content&view=article&id=262%3Aloas0001&catid=54%3Alaos&Itemid=91&lang=th
เหยง 16:
ข่าวนี้มีอยู่ใน"ห้องคุยกับเหยง 16 - พิเชษฐ์ เชื่อมวราศาสตร์.." หน้าที่ 5 แล้วครับ แต่ขอ copy มาไว้ด้วย
มาอัพเดทการไป "ทัวร์ อุบลราชธานี และลาวใต้" ครับ
เรื่องที่ 1 ขอให้ทุกท่านเตรียมกางเกงขาสั้นเพิ่มไปมากหน่อยครับ เนื่องจากในวันที่สอง คือวันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม ซึ่งจะเป็นวันที่ไปเที่ยวน้ำตกหลี่ผี และคอนพะเพ็ง และวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม ไปเที่ยวน้ำตกตาดเยือง และตาดผาส้วม ซึ่งต้องมีการลงเพ ลงเรือ เพื่อท่องตามเกาะแก่ง จะไม่สะดวกสำหรับท่านที่ชอบนุ่งกระโปรง หรือกางเกงขายาว และอาจต้องนำชุดสำรองติดตัวไปเปลี่ยนด้วย ในกรณีที่ท่านถูกฝนหรือสายธารจากน้ำตก จนตัวเปียก
เรื่องที่ 2 เงินที่จะเตรียมไปใช้ใน สปป.ลาว ได้รับแจ้งจากพี่หลิวว่า เงินบาทไทยสามารถใช้ในในประเทศลาวครับ ไม่ต้องแลกเงินกีบของลาว เพียงแต่ต้องมีธนบัตรไทยใบย่อยๆ ไปมากสักหน่อย เช่น ฉบับละ 20, 100 บาท ส่วนธนบัตร ฉบับละ 1,000 บาท จะหาแลกได้ยากหรือใช้ของได้แต่แม่ค้าฝั่งลาวจะทอนเงินกีบให้ เนื่องจากหาเงินบาททอนให้ไม่ได้ หรือไม่ทอนเงินบาทไทยให้นั่นเอง
เรื่องที่ 3 จะมีคนในคณะทัวร์ของเรา 6 ท่านแจ้งความจำนงว่า จะเดินทางล่วงหน้าด้วยการบินไปนอนรอคณะใหญ่ของเราที่อุบลราชธานี และขากลับจาก สปป.ลาว จะแยกตัวจากคณะของเราเพื่ออยู่ต่อที่อุบลราชธานี เพื่อชมงานบุญบั้งไฟและแห่เทียนเข้าพรรษา และบินกลับ กทม. เมื่อเสร็จสิ้นการชมงาน ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ามี คุณถาวร วศ16-คุณญาณนิศา ครุ18, คุณเปี๊ยก-สุภา อักษร18 การบินไทย, ดร.คณางค์ ครุ18, คุณธวัช หลี วศ17 และคุณต้อย-ทัศนีย์ มาลา อักษร16 จากจังหวัดกระบี่
ซึ่งทุกท่านได้รับทราบแล้วครับว่า ไม่ว่าจะนั่งเครื่องบินไปและนั่งเครื่องบินกลับ(ด้วยเงินตัวเอง) เพื่อรอขึ้นรถที่อุบลราชธานี ค่าทัวร์ครั้งนี้จ่าย 5,900 บาทเต็มครับ 5 5 5 5
เรื่องที่ 4 มาย้ำเรื่องเดิมครับ คือ รถทัวร์ 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 8 เส้น ของบริษัทโกลเด้นไลท์ทราเวลจำกัด คันนี้จะพาคณะของเราออกเดินทางจากหอพักนิสิตจุฬาฯ เลยข้ามไปใน สปป.ลาว และนำคณะของเรากลับประเทศไทยและส่งเราเมื่อสิ้นสุดการเดินทางที่หอพักนิสิตจุึฬาฯในเช้าวันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 53
เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว สำหรับท่านที่จะต้องทำกิจวัตรประจำวัน เมื่อเดินทางไปถึงอุบลราชธานี หรือตลอดเวลาที่อยู่บนรถไปท่องเที่ยวและวันกลับ ขอได้โปรดมีกระเป๋าเล็กสำรองสัมภาระที่จำเป็น เช่น แปรง-ยาสีฟัน ครีมล้างหน้า ผ้าเช็ดหน้าขนาดเล็ก รวมทั้งชุดที่จะผลัดเปลี่ยนไว้ เพราะการเรียกขอกระเป๋าใบใหญ่จากรถ จะเป็นภาระและเสียเวลารื้อค้น รวมทั้งเก็บเข้าที่เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจส่วนตัวครับ
วันนี้คงมีข่าวมาแจ้งให้ทราบเท่านี้ครับ
ส่วนรายชื่อผู้ร่วมเดินทางนั้น ขอเวลาอีกสักนิดครับ เนื่องจากพี่หลิวบอกว่า ยังมีอีก 2-3 ท่านที่ได้บอกจองที่สำหรับเดินทางครั้งนี้ แต่ยังไม่ได้ติดต่อกลับไปหาพี่หลิว ทำให้รายชื่อยังไม่นิ่งครับ ส่วนห้องพักที่ สปป.ลาว จองได้รวม 22 ห้องครับ
เหยง 16:
ข่าวดีสำหรับคณะทัวร์ที่จะแยกตัวพักโรงแรม หลังกลับจาก สปป.ลาว เพื่อดูเทศกาลแห่เทียนพรรษาที่อุบลราชธานีต่อครับ
เชิญเที่ยวสัมผัสกลิ่นไอแห่เทียนภูมิปัญญาเมืองอุบลฯ
25 มิย. 2553 19:55 น.
นายวิชิต ชาตไพสิฐ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยถึงการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2553 ซึ่งปีนี้ใช้ชื่องาน “ฮุ่งเฮืองเมืองธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ภูมิปัญญาชาวอุบลฯ ” ว่าอุบลราชธานีพร้อมแล้ว และยังคงยึดมั่นแนวคิดที่เกิดจากการหล่อหลอมรวมใจของชาวอุบลราชธานีผสมผสานจิตวิญญาณและงานพุทธศิลป์ ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์ที่นักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสได้ที่อุบลราชธานี ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ โดยมีแนวคิดการดำเนินกิจกรรมดังนี้
1-10 กรกฎาคม 2553 แนวคิด“พบศิลปิน พบจินตนาการ” ชมประติมากรรรมเทียนนานาชาติ ครั้งที่ 5 เป็นการร่วมและสร้างสรรค์งานประติมากรรมเทียนจากศิลปิน 10 ประเทศ ประกอบด้วย จีน สเปน โปแลนด์ อิตาลี บัลแกเรีย เยอรมันนี ตรุกรี รัสเซีย ญี่ปุ่นและไทย ภายใต้แนวคิด “ท่องเที่ยวกับเทียน ท่องธรรมกับไทย” กิจกรรมเยี่ยมชมชุมชนช่างเทียนของคุ้มวัดต่าง ๆ และเยี่ยมชมผ้างามที่บ้านคำปุน พร้อมชมผลงานเทียนที่แกะสลักแล้วจากฝีมือช่างเทียนนานาชาติ ต่อมา 10-18 กรกฎาคม 2553 แนวคิด “พลังเยาวชนเพาะกล้าสามัคคี” เป็นการแสดงศิลปะทางอีสาน และเยี่ยมเยือนชุมชนคุ้มวัดต่าง ๆ ชมความก้าวหน้าของการประดิษฐ์ตกแต่งเทียนพรรษาของชุมชน สำหรับ 19-27 กรกฎาคม 2553 แนวคิด “สืบสานภูมิปัญญา สืบหามูนมัง” การสร้างสรรค์ศิลปะของเยาวชนจากอาร์ตแคมป์และศิลปินลุ่มน้ำโขงโดยการนำเสนอศิลปะจากเทียนร่วมกับศิลปะร่วมสมัย เยี่ยมชม ตลาดนัดโบราณ ในหัวข้อ “วิถีธรรม วิถีเทียน” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี
ช่วงสุดท้าย 24-31 กรกฎาคม 2553 ด้วยแนวคิด “สร้างสุขด้วยปัญญา ชมเทียนพรรษาเมืองอุบล” ชมงานพุทธศิลป์ต้นแบบที่เป็นตำนานเทียนพรรษา วันที่ 26- 27 กรกฎาคม 2553 ชมขบวนแห่เทียนพรรษายามราตรีประกอบแสงสี ณ บริเวณถนนอุปราช วัดศรีอุบลรัตนาราม และเช้าวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2553 ชมขบวนแห่เทียนพรรษาที่สะท้อนความเป็นพุทธศิลป์และมรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก และชื่นชมเทียนพรรษาที่ชนะการประกวดบริเวณถนนเขื่อนธานีจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น การหลอมเทียนหลอมรวมใจ พิธีอัญเชิญเทียนพรรษาพระราชทานและผ้าอาบน้ำฝนพระราชทานทางชลมารค การแสดงมหาดุริยางค์วงใหญ่1,000 คน การแสดงโขนชุดใหญ่รามราชจักรีนักแสดงจากกรมศิลปากร กิจกรรมเยือนชุมชน ชมวัฒนธรรมตกแต่งต้นเทียน นิทรรศการภาพถ่าย “ฮูปงามยามเทียน” การประกวดสาวงามเทียนพรรษา การเสวนาวิชาการ และ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=455193
เหยง 16:
เช่นกันข้อความนี้ก็มีอยู่แล้วครับ ที่ http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,5699.msg395140.html
ข่าวเพิ่มเติม สำหรับคณะซีมะโด่งทัวร์ อุบลราชธานี-ลาวใต้ ครับ
พี่หลิว แจ้งให้ทราบว่า
เนื่องจากชาวคณะเราเดินทางไปเต็มกรุ๊ป ทางบริษัทผู้จัดจึงได้มีหมวกให้ทั้งกรุ๊ป และจัดการอาหารให้เป็นอย่างดี
ชาวคณะจึงไม่ต้องเตรียมหมวกไปใส่นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม การไปทัวร์ช่วงหน้าฝน คงต้องระวังการเป็นหวัดด้วย
การเตรียมเสื้อผ้าไปเผื่อผลัดเปลี่ยน รวมทั้งเตรียมเสื้อกันฝนไปใช้ในยามจำเป็น จึงเป็นเรื่องที่น่าทำครับ
เหยง 16:
ขอเพิ่มเติมครับ
1.จะมีผู้เดินทางไปรอที่จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยการบินไปก่อนหนึ่งคืน คือ คุณถาวร วศ16-คุณศิวาพร ครุ18 โชติชื่น, คุณเปี๊ยก-สุภา อักษร18, ดร.คัคคณางค์ ครุ18, คุณธวัช วศ17-คุณทัศนีย อักษร16 โดยจะรอขึ้นรถทัวร์ที่ร้านอาหารสามชัย ตรงข้ามจวนผู้ว่าฯอุบล ในช่วงเช้ามืด
2.ขากลับ จะมีหลายท่านเช่นกัน ลงรถทัวร์ที่อุบลราชธานี เพื่อเที่ยวงานแห่เทียนเข้าพรรษาโดยพักที่โรงแรมในเมืองอุบลฯ ซึ่งยังไม่ได้รายชื่อที่แน่นอนทั้งหมด แต่เบื้องต้นประกอบด้วย พี่สิงห์-มานพ กลับดี วศ13, คุณถาวร วศ16-คุณศิวาพร ครุ18, คุณเปี๊ยก-สุภา อักษา18, ดร.คัคคณางค์ ครุ18
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป