BU_MEE
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #275 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2551, 13:31:55 » |
|
ป้าหมี คนจน
แต่อยากรวย แบบที่หมอดู เดา ไว้ อิ อิ :wink: ของฝากเนิ้อฝากตัวไว้ก่อน เด้อ สีแดง น่ะ เพื่อน เติม ให้หรืออืม ขอบคุณมาก ที่ทำนาย สิ่ง ล่วงหน้า ดี ดี ไว้ให้ค่ะ อิ อิ ป้าหมี
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #276 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2551, 13:40:31 » |
|
อ้อ แล้ว เพื่อนเป้ อย่าลืม
หยวน หยวนล่ะ ดอกร้อยละ สิบ ต่อ สอง ปี
ต้นไม่ต้องพูดถึง :wink:
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
yai
|
 |
« ตอบ #277 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2551, 15:58:50 » |
|
เดี๋ยวกลับมาอ่าน แต่ใหญ่ก็สรุปไปให้แล้วนิ  เฮ้ย ไม่ใช่ ไม่ได้สรุป อยากรวยก็ต้องดูข้อแนะนำตามที่เป้โพสต์ไว้ (อ่านเอง) แค่อยากบอกอย่างอื่น แค่นั้น
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
akenui
|
 |
« ตอบ #278 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2551, 19:48:13 » |
|
เออ ลืมอ่านไปแล้ว ว่ะ ปริ้นท์มาอ่านดีกว่า
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
สุดจะทน ก็ต้องทน
|
|
|
Pae
|
 |
« ตอบ #279 เมื่อ: 14 กุมภาพันธ์ 2551, 07:20:11 » |
|
อ้อ แล้ว เพื่อนเป้ อย่าลืม
หยวน หยวนล่ะ ดอกร้อยละ สิบ ต่อ สอง ปี
ต้นไม่ต้องพูดถึง :wink: เดี๋ยวต้องไปแคะกระปุกนับก่อน ว่ามีเท่าไร :lol:
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
khesorn mueller
|
 |
« ตอบ #280 เมื่อ: 14 กุมภาพันธ์ 2551, 22:43:20 » |
|
เอาแต่แบ็งค์ เศษสลึงไม่เอาค่ะ p.bankier
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
wirat
|
 |
« ตอบ #281 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2551, 18:09:51 » |
|
เพิ่งรู้ ว่า Nike มี คำคม ด้วย คือ
JUST DO IT
จงทำซะ อย่ามัวแต่พูด
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #282 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2551, 10:59:49 » |
|
การออม...ลิ่งที่คนไทยยังเข้าใจผิดๆ
สรุปจาก ผู้จัดการออนไลน์ 28 กุมภาพันธ์ 2551 09:34 น. ปัจจุบันเรื่องของการออมเริ่มเข้ามามีบทบาทกับคนไทยมากขึ้น เพราะด้วยสภาพเศรษฐกิจในประเทศที่ยังเดาไม่ออกว่าไปทางไหน ทำให้หลายคนตัดสินใจเก็บออมเงินไว้เป็นดีที่สุด...และเพื่อเป็นข้อมูลให้การเก็บออม "ผู้จัดการรายวัน" ได้นำคำแนะนำดีๆ จาก "วรากรณ์ สามโกเศศ"
สรุปความ ดังนี้
คนจะจำได้นั้นมีสาเหตุอยู่ 5 ประการคือ
1. ต้องเป็นเรื่องเล่า
2.ต้องเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง
3.ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอารมณ์
4.เป็นเรื่องที่จับต้องได้
5.เป็นเรื่องที่พอจะเชื่อถือได้ เป็นไปได้
แสดงให้เห็นว่าเรื่องที่พูดกันนั้นเราจำได้เพราะมีองค์ประกอบทั้ง 5 อย่าง แต่เรากลับจำเรื่องการออมไม่ได้ เพราะการออมนั้นเป็นนามธรรมไม่ได้เกี่ยวข้องกับ 5 ประการดังกล่าว ดังนั้นการออมต้องมีการพูดตอกยํ้ากันบ่อยๆ เพราะการออมไม่ได้สะกิดอยู่ในใจตลอดเวลา นายวรากรณ์ ยังเล่าเรื่องของเศรษฐีคนหนึ่งที่เล่าให้ช่างทำรองเท้าฟังว่า ทำอย่างไรถึงจะรวย โดยเล่าว่าต้องทำเงินที่ได้รับในแต่ละวันแต่ละอาทิตย์ให้เป็นรายได้ของตนเอง โดยเก็บเงินไว้ 15-20% ไว้เป็นของตนเอง ตรงนี้ถึงจะเรียกว่ารายได้ ซึ่งอันนี้ก็คือเงินออมที่เรารู้จัก
ถ้าทุกเดือนเราได้เงินมาแล้วไม่กันส่วนหนึ่งไว้เป็นของตนเองแล้ว ไม่มีวันที่จะเป็นเงินของเราอย่างแท้จริง
1. ประเด็นแรกการออม ต้องพูดเน้นยํ้าตลอดเวลาเพราะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของอนาคต ไม่มีใครในโลกนี้อยู่เพื่ออดีต ไม่มีใครในโลกนี้อยู่เพื่อปัจจุบัน คนที่มีปัญญาเท่านั้นจึงจะอยู่เพื่ออนาคต แต่มนุษย์นั้นไม่มีสันชาติญาณในการอยู่เพื่ออนาคตเท่ากับสัตว์ เมื่อเรามีเงินเท่าไหร่ก็จะใช้หมดในปัจจุบันนี้ แต่ไม่คิดที่ออมไปสู่เวลาที่ไกลตัว คนที่ออมได้นั้นต้องเป็นคนที่มีความสามารถในการจินตนการว่าอีก 20 ปีต่อจากนี้จะอยู่ได้อย่างไร เราจะมีรายได้มาจากไหน 2. ประเด็นที่ 2 นั้นที่นักเศษฐศาสตร์ค้นพบคือ การออมนั้นจะเกิดขึ้นได้ยาก เพราะมนุษย์นั้นเป็นสัตว์ที่ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง
ยกตัวอย่าง วันสุดท้ายของการยื่นแบบฟอร์มเสียภาษีจะเป็นวันที่คนยื่นมากที่สุด เพราะว่าการออมนั้นเป็นความเจ็บปวด ยกตัวอย่างไปหาหมอฟันรอจนปวดจนทนไม่ไหวถึงจะไปหาหมอฟัน ฉะนั้นการออมเป็นเรื่องที่จะต้องบังคับตนเอง 3. ประเด็นที่ 3 การออมนั้นเป็นภาพที่เป็นลบ โดยเฉพาะในสังคมไทย สังคมไทยนั้นเป็นสังคมที่ยังไม่ได้เรียนรู้เรื่องของการจัดการเกี่ยวกับการเงิน เราจะเห็นฝรั่งหรือคนในโลกที่พัฒนาแล้ว จะรู้จักการใช้เงิน จะมีการพักระยะในการใช้เงิน จะมีการวางแผนการใช้เงินตั้งแต่อายุยังน้อย
แต่บ้านเรานั้น มีความรู้ในเรื่องเหล่านี้น้อยมากพึ่งมาถึงตัวในรอบ 10 ปีนี้เอง ฉะนั้นการออมเป็นเรื่องลบเป็นเรื่องที่ปวดใจ เป็นเรื่องที่ไม่น่าคิด เพราะว่าคนไทยนั้นไม่ชอบมีวินัย ฉะนั้นประเด็นที่ 3 ต้องทำการออมให้เป็นบวก ทำอย่างไรให้การออมที่เป็นลบนั้นกลายเป็นบวก ซึ่งส่วนตัวคิดว่าอยู่ที่เป้าหมาย เพราะว่าการออมนั้นคือการก้าวไปอีก 1 ขั้น เพื่อเข้าสู่เป้าหมาย การออมนั้นไม่ใช่เรื่องน่าเสียใจ น่าร้องให้ แต่เป็นการทำให้เงินของเรานั้นเป็นรายได้ของเราในแต่ละเดือน 4. ประเด็นสุดท้าย คือ คนไทยนั้นเข้าใจผิดอยู่มาก การที่เป็นคนเค็ม เป็นคนตระหนี่ การที่คนประหยัดคนไทยจะเหมาว่าคนประหยัดนั้นเป็นคนน่ารังเกียจ เป็นคนเค็ม เป็นคนเห็นแก่ตัว
ซึ่งในต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องธรรมดามากที่คนจะดูแลเรื่องการใช้จ่ายของตนเอง เพราะว่าเงินนั้นจำกัด ถ้าไม่ออมไว้เพื่ออนาคตก็ไม่มีใครมาช่วยคุณ
แต่สังคมไทยมักจะเหมามองว่าเป็นคนตระหนี่เป็นคนเห็นแก่ตัว ซึ่งมันไม่ใช่ คนสุรุ่ยสุร่ายเห็นแก่ตัวมีเยอะแยะ การตระหนี่คือการรู้จักที่จะออม การใช้เงินนั้นเป็นแบบแผนของการดำรงชีวิตอย่างหนึ่ง
ในลาว ในเวียดนาม เขมร ในอินเดียนั้น คนไปทำงานเค้าก็เอาข้าวใส่กระติกไปกิน แต่ถ้าคนไทยทำอย่างนั้นจะเป็นเรื่องน่ารังเกียจมาก
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #283 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2551, 11:00:42 » |
|
ทำอย่างไรจึงไปสู่เรื่องของการลงทุนได้
1. ประเด็นแรกของการออมก็คือว่า การออมนั้นเกิดขึ้นมาได้จากรายได้มากกว่ารายจ่าย
ให้จินตนาการว่า เรามีถังนํ้าไปหนึ่ง นํ้าที่เข้าก็คือเงิน ก็อกนํ้าที่ไหลเข้าคือรายได้ที่ไหล และก็มีทางออกคือรายจ่าย นํ้าที่เหลือก็คือเงินออม ต่อให้นํ้าไหลเข้าแรงเท่าไหร่ มีรายได้มากเท่าไหร่ ในแต่ละเดือนถ้าก็อกนํ้าที่ว่าไหลออกในอัตราเดียวมันไม่มีวันเก็บนํ้าไว้ได้ แต่ถ้านํ้าที่ไหลเข้ามาในอัตราไม่มากปานกลาง แต่รูที่ไหลออกมีน้อยต่อให้นํ้าที่ไหลเข้าน้อยกว่านํ้าเมื่อกี้ แต่นี้การออมก็เกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นเงินออมที่เกิดขึ้นได้ เป็นผลพวงมาจากดุลยภาพระหว่างรายได้คือนํ้าที่ไหลเข้ากับรายจ่ายคือนํ้าที่ไหลออก รายได้ไม่สำคัญแต่การรู้จักใช้จ่ายสำคัญกว่า การระวังการใช้จ่ายท่ามกลางรายได้ที่จำกัดนี้สำคัญ และถ้ามีก็อกนํ้าไหลเพิ่มอีกก็อกหนึ่งรายจ่ายควบคุมดี อีกก็อกมาจากเงินออมที่มีได้แล้วเอาไปทำงานให้เงินเหล่านั้น รับใช้ด้วยการซื้อกองทุนรวมก็จะมีเงินปันผลไหลเข้ามาในแต่ละเดือน 2. การตั้งคำถามเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ตั้งคำถามถูกเราได้คำตอบที่ดี ตั้งคำถามไม่ดีเราก็ได้คำตอบไม่ดี ยกตัวอย่าง ผู้หญิงคนหนึ่งตั้งคำถามว่าทำอย่างไรจะให้แฟนถูกใจ แต่ต้องถามว่าทำไมเราต้องตกอยู่ในสภาพนี้ 3. อีกประเด็น คือ ถ้าจะลงทุนต้องมองในแง่มุมใหม่ๆ ยกตัวอย่าง สามีคนหนึ่งทำกุญแจหายในที่มืดแต่มองหากุญแจในที่สว่าง ฉะนั้นการลงทุนต้องมองอะไรใหม่ๆ 4. ต้องกล้าที่จะรับความเสี่ยง ยกตัวอย่าง โจรที่จะขโมยของจากเศรษฐีซึ่งพักที่เดียวกันในระหว่างเดินทาง แต่หากุญแจจากเศรษฐีไม่เจอ เพราะเศรษฐีคนนั้นซ่อนกุญแจไว้ที่ใต้หมอนของโจร ฉะนั้นจะลงทุนต้องกล้ารับความเสี่ยงต้องรู้จักตนเอง ทำอย่างไรที่จะทักษะมากขึ้นกว่าเดิม
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #284 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2551, 11:02:21 » |
|
สรุปความ แบบง่าย ๆว่า
1. ทำงานหนัก ที่ทำให้เรามีรายได้เพิ่ม
2. รู้จัก เก็บเงินที่หามาได้ ...ใช้จ่ายให้น้อย เก็บให้มาก
3. ลงทุน อย่างฉลาด
4. อดทน ที่จะ ออม และลงทุน
5. สำรวจกระเป่าเรา
6. วางแผน ทำอย่างไร จะอยู่ได้อย่างมีความสุข ในวัย เกษียณ
ถูกป่าว ไม่รู้
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #285 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2551, 11:21:33 » |
|
การออม เป็นวัฒนธรรม ของมนุษย์ชาติ
และเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของคนเรา
เงินออมนับว่าเป็นทรัพย์สินที่มีค่า
ทั้งเป็นหลักประกันอันมั่นคงสำหรับชีวิตในอนาคต
วัฒนธรรมการเก็บออมและรักษาไว้ให้ตลอดปลอดภัย
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Pae
|
 |
« ตอบ #286 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2551, 16:57:40 » |
|
ขอบคุณครับ ได้รู้วิธีแล้ว ต่อไปต้องฝีกปฏิบัติ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
iamfrommoon
|
 |
« ตอบ #287 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2551, 17:00:15 » |
|
ขอบคุณค่ะพี่หมี...พยายามทำให้ได้อยู่ค่ะ...สู้โว้ย!
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
@@ธรรมชาติสร้างความขัดแย้ง เพื่อให้คนเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ดียิ่งขึ้น@@@ 
|
|
|
wirat
|
 |
« ตอบ #288 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2551, 19:54:05 » |
|
งั้น ต้องเริ่ม กิน ข้าวให้ หมดจาน
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เจษฎา
|
 |
« ตอบ #289 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2551, 01:10:01 » |
|
อยากบอกว่าเห็นต่าง และวรากรณ์คิดแบบฝรั่งมากไป แต่มันอาจจะเป็นเช่นนั้นได้เพราะปฏิเสธไม่ได้ ว่าคุณค่าและวิถีแห่งความเอื้อเฟื้อแบบตะวันออก ได้ถูกทำลายให้เราโดดเดี่ยวมากขึ้นมีเวลาน้อยลง ในนามของการเติบโตของเศรษฐกิจ เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงนิทานเรื่องหนึ่งที่มีคนจับปลามาได้ และคิดได้ว่าการจะทำให้ปลาที่หามาได้มีกินนานที่สุดคือการนำไปแบ่งปันเพื่อนบ้าน จริงหรือไม่ที่เราอยู่ในยุคสมัยที่อยู่ดีกินดี ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์จนเทศกาลตรุษจีนที่เฝ้ารอเพราะมีหมูเห็ดเป็ดไก่กินนั้นหมดความหมายเพราะเรากินกันปรีดิ์เปรมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอยู่แล้ว ยังนอนดึกอยู่ใช่ไหม เธออ้วนไปหรือเปล่า ท่อนนึงที่ล้อเลียนเพลงดัง แต่มันทำให้ได้คิด ว่าพวกเราอ้วนกันมากไปรึเปล่า ในนามของการเติบโตของทุน และเศรษฐกิจ บรรษัทและนักโฆษณาพร่ำบอกเราทุกวิถีทางว่า "You want more" จงวิ่งต่อไปจนกว่าจะตายพวกหนูถีบจักรที่ไร้สติ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ไม่หล่อ แต่ไม่ค่อยว่าง
|
|
|
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #290 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2551, 15:10:48 » |
|
เคยอ่านเจอ
เขาบอกว่า
เวลาที่บอกว่า เงินจะใช้ยังไม่พอเลย หรือไม่ก็ เหลือเก็บนะ แต่ไม่มาก
เพราะ ว่า เรา มัวแต่ อันโน้นก็จำเป็น อันนี้ ก็อยากได้ เห็นอะไร ก็ต้องการไปหมด
จริง ๆ แล้ว ใช้ให้น้อยแหละดี เพราะ เงิน ยัง มีที่ใช้อีกมาก
.....ตนเตือนตน
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
yai
|
 |
« ตอบ #291 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2551, 16:36:47 » |
|
อยากบอกว่าเห็นต่าง และวรากรณ์คิดแบบฝรั่งมากไป แต่มันอาจจะเป็นเช่นนั้นได้เพราะปฏิเสธไม่ได้ ว่าคุณค่าและวิถีแห่งความเอื้อเฟื้อแบบตะวันออก ได้ถูกทำลายให้เราโดดเดี่ยวมากขึ้นมีเวลาน้อยลง ในนามของการเติบโตของเศรษฐกิจ เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงนิทานเรื่องหนึ่งที่มีคนจับปลามาได้ และคิดได้ว่าการจะทำให้ปลาที่หามาได้มีกินนานที่สุดคือการนำไปแบ่งปันเพื่อนบ้าน จริงหรือไม่ที่เราอยู่ในยุคสมัยที่อยู่ดีกินดี ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์จนเทศกาลตรุษจีนที่เฝ้ารอเพราะมีหมูเห็ดเป็ดไก่กินนั้นหมดความหมายเพราะเรากินกันปรีดิ์เปรมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอยู่แล้ว ยังนอนดึกอยู่ใช่ไหม เธออ้วนไปหรือเปล่า ท่อนนึงที่ล้อเลียนเพลงดัง แต่มันทำให้ได้คิด ว่าพวกเราอ้วนกันมากไปรึเปล่า ในนามของการเติบโตของทุน และเศรษฐกิจ บรรษัทและนักโฆษณาพร่ำบอกเราทุกวิถีทางว่า "You want more" จงวิ่งต่อไปจนกว่าจะตายพวกหนูถีบจักรที่ไร้สติ ขอบคุณที่แชร์
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #292 เมื่อ: 01 มีนาคม 2551, 15:44:50 » |
|
^
^
มาแบบทางการ
นะคะ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
akenui
|
 |
« ตอบ #293 เมื่อ: 02 มีนาคม 2551, 14:11:46 » |
|
ใหญ่มันก็งี้แหละ ประจำ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
สุดจะทน ก็ต้องทน
|
|
|
wirat
|
 |
« ตอบ #294 เมื่อ: 02 มีนาคม 2551, 14:15:42 » |
|
เจษ ใช่ท่าน วรากรณื สามโกเศษ เปล่า
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เจษฎา
|
 |
« ตอบ #295 เมื่อ: 02 มีนาคม 2551, 14:18:59 » |
|
ใช่จ่ะ ป้อม เจ้าของผลงานไตรภาค กับสำนักพิมพ์โอเพนบุ๊ค
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ไม่หล่อ แต่ไม่ค่อยว่าง
|
|
|
wirat
|
 |
« ตอบ #296 เมื่อ: 02 มีนาคม 2551, 14:20:14 » |
|
ไม่ค่อยได้อ่านงานของท่านได้แต่ฟัง
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เจษฎา
|
 |
« ตอบ #297 เมื่อ: 02 มีนาคม 2551, 14:21:41 » |
|
ตื่นเช้างั้นเชียว ป้อม
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ไม่หล่อ แต่ไม่ค่อยว่าง
|
|
|
wirat
|
 |
« ตอบ #298 เมื่อ: 02 มีนาคม 2551, 14:22:44 » |
|
แก่แล้ว ตื่นเช้า
ยังมี อ.จิระ หงส์ลดารมณ์
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
akenui
|
 |
« ตอบ #299 เมื่อ: 02 มีนาคม 2551, 14:23:16 » |
|
ตื่นมาซักผ้า
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
สุดจะทน ก็ต้องทน
|
|
|
|